Bentley แบรนด์อังกฤษที่ครอบครองโดยเยอรมัน ขายดีแค่ไหนในไทย ?
Bentley ได้ชื่อว่ารถหรูแต่ไม่โหล จากราคาจำหน่ายต่อคันที่สูงกว่าหลัก 10 ล้าน ไปถึงหลัก 100 ล้าน
เพื่อแลกกับความพิถีพิถันในการผลิต เทคโนโลยี และยนตรกรรมจากประเทศอังกฤษที่อยู่มายาวนานกว่า102 ปี
ทำให้Bentleyเป็นแบรนด์รถที่เราเห็นไม่บ่อยนักในท้องถนนไทยและทั่วโลก
ในประเทศไทย ข้อมูลจากกรมขนส่งทางบก พบว่ามีBentleyต่อและจดทะเบียนสะสมเพียง 786 คัน
ในกรุงเทพฯ 737 คัน รองลงมา ได้แก่ ชลบุรี 9 คัน ภูเก็ต 6 คัน สมุทรปราการ, นครราชสีมา และเชียงใหม่ จังหวัดละ 3 คัน
ไม่ใช่เพียงจังหวัดเศรษฐกิจเท่านั้นที่มีการครอบครองรถBentleyจังหวัดอื่น ๆ ยังมีการครอบครองรถBentleyจังหวัดละ 1-2 คัน
ประกอบด้วย
สระบุรี, บุรีรัมย์, อุดรธานี, ขอนแก่น, มหาสารคาม จังหวัดละ 2 คัน
นนทบุรี, ปทุมธานี,อุบลราชธานี, กำแพงเพชร, เพชรบูรณ์, นครสวรรค์, กาญจนบุรี, นครปฐม, สมุทรสาคร, เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, พังงา, และนราธิวาส จังหวัดละ 1 คัน
ส่วนปีที่ผ่านมาไทยมียอดจำหน่ายBentleyที่จดทะเบียนกับกรมขนส่งทางบก 60 คัน ลดลงจากปี 2563 ที่มียอดจำหน่าย 84 คัน
อย่างไรก็ดี แม้ยอดจำหน่ายในประเทศไทยจะลดลง แต่สำหรับตลาดเอเชียแปซิฟิก ในปีที่ผ่านมาถือเป็นปีที่ประสบความสำเร็จของBentleyด้วยยอดจำหน่ายที่มากกว่า 1,651 คัน เติบโต 37% เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่มียอดขายที่ 1,203 คัน

การเติบโตของยอดขายBentleyในเอเชียแปซิฟิกเป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้ Bentley สามารถปิดยอดขายในตลาดโลกได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ด้วยยอดการส่งมอบรถให้กับลูกค้าทั้งสิ้น 14,659 คัน เติบโต 30.8% จากปี 2563 ที่มียอดการส่งมอบ 11,206 คัน
โดยรุ่นที่ขายดีที่สุดได้แก่
Bentayga 5,838 คัน
Flying Spur 3,947 คัน
Continental GT Coupé 3,031 คัน
และสร้างรายได้ให้กับ Volkswagen ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของBentleyได้ทั้งสิ้น 2,845 ล้านยูโร หรือประมาณ 105,265 ล้านบาท เติบโต 38.9% จากปี 2563
มาถึงบรรทัดนี้หลายคนอาจจะสงสัยว่า ที่กล่าวว่า Bentley เป็นยนตรกรรมอังกฤษ แต่ทำไมถึงอยู่ภายใต้การปกครองของ Volkswagen ซึ่งเป็นบริษัท เยอรมัน
เราขอเล่าสักนิดว่า Bentleyมีต้นกำเนิดจาก W.O. Bentley หรือมีชื่อเต็ม ๆ ว่า Walter Owen Bentley ลูกชายคนสุดท้องในตระกูลBentley
แม้ครอบครัวBentleyจะค่อนข้างมีฐานะที่สามารถส่งเสียเขาเรียนจนจบตามที่ต้องการได้ แต่ด้วยแพชชั่นของ W.O. Bentley ที่หลงใหลในเรื่องเครื่องยนต์เครื่องกล
เขาได้ลาออกจากโรงเรียนเมื่อตอนอายุ 16 ปี เพื่อมาทำงานที่บริษัทรถไฟในอังกฤษที่ชื่อ Great Northern Railway
หลังจากที่ W.O. Bentley ทำงานใน Great Northern Railway มาได้ระยะเวลาประมาณ 5 ปี เขามีความฝันที่จะแข่งขันมอเตอร์ไซค์วิบาก
เพราะความฝันนี้เขาได้ซื้อรถมอเตอร์ไซค์มาเพื่อฝึกซ้อม พัฒนาปรับแต่งเครื่องยนต์ จนในปี 2450 ได้เข้าแข่งขันในรายการ London-Edinburgh Trial และรับรางวัลเหรียญทองจากการแข่งขันครั้งนั้น และเขายังร่วมแข่งขันอีกหลายรายการในเวลาต่อมา ก่อนที่จะต่อยอดไปยังการแข่งขันรถยนต์
จากทักษะและความหลงรักเครื่องยนต์ของ W.O. Bentleyทำให้เขามองหาโลหะอื่น ๆ มาพัฒนาลูกสูบทดแทนลูกสูบเดิม ๆ ที่ทำจากเหล็ก ที่มีจุดด้อยเรื่องการหลอมละลายเมื่อเกิดอุณหภูมิที่สูง และเขาค้นพบว่าลูกสูบที่มีส่วนผสมของอะลูมิเนียมและทองแดง คือคำตอบ
ด้วยลูกสูบที่ผสมระหว่างอะลูมิเนียมและทองแดงนี้เองทำให้ W.O. Bentleyชนะและทำลายสถิติการแข่งขันรถยนต์ที่ Brooklands
และเป็นจุดเริ่มต้นที่ W.O. Bentleyคิดเปิดบริษัทผลิตรถยนต์เป็นของตัวเอง
และจากความสามารถในการพัฒนาลูกสูบของ W.O. Bentleyในช่วงสงครามโลก เขาได้เข้าร่วมพัฒนาเครื่องบินรบด้วยการพัฒนาเครื่องยนต์เครื่องบินรบที่ใช้ลูกสูบอะลูมิเนียมที่ให้ประสิทธิภาพในการบินรบที่ดีกว่ารุ่นเดิม ๆ
จนในปี 2462 W.O. Bentleyนำความฝันทของตัวเองที่จะเปิดบริษัทรถยนต์ เปิดบริษัทBentley Motors ทำตลาดรถยนต์แบรนด์ของตัวเองเป็นครั้งแรก
รถยนต์คันแรกของ Bentley Motors เป็นรถยนต์แนวสปอร์ตที่สมรรถภาพสูง ตามสโลแกนของบริษัท Bentley Motors วางไว้ว่า We were going to make a fast car, a good car, the best in its class
แม้รถของBentley Motorsจะมีราคาสูงกลับได้รับความนิยมอย่างมากจากประสิทธิภาพการขับขี่ ที่มาพร้อมกับชื่อเสียงของBentley Motors ที่ได้รับรางวัลแชมป์รถแข่งในรายการต่าง ๆ โดยเฉพาะรายการ LeMANS ที่ได้รับชัยชนะถึง 4 ปี ติดต่อกัน
เป็นที่น่าเสียดายที่Bentley Motors ดำเนินธุรกิจเพียงไม่นานนัก กลับประสบปัญหาการเงิน จนถูก Rolls-Royce เข้ามาซื้อกิจการในปี 2474
แม้Bentleyกับ Rolls-Royce คือรถหรูราคาแพงเหมือน ๆ กัน แต่ก็แยกทำตลาดวางจุดเด่นของแต่ละแบรนด์อย่างชัดเจน โดยBentleyวางตัวเองเป็นรถที่เน้นความแรงเป็นหลัก
จนในปี 2541 Bentleyถูกเปลี่ยนมืออีกครั้ง จากการที่ Volkswagen เข้ามาซื้อกิจการของ Rolls-Royce ทั้งหมด การซื้อกิจการ Rolls-Royce ของ Volkswagen ทำให้Bentleyกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Volkswagen Group ตั้งแต่นั้นมา
ส่วนแบรนด์ Rolls-Royce เป็นของค่าย BMW เนื่องจาก BMW จ่ายเงินให้กับ Volkswagen เพื่อแลกสิทธิในการใช้ชื่อ Rolls-Royce ในการทำตลาดตั้งแต่ปี 2545